ขาโหด วิเคราะห์ 3 เหตุผลว่าทำไม iPhone11 ราคาลดลง

 “ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย” เจ้าของฉายา “นักการตลาดขาโหด”  นักการตลาดชื่อดัง ตอบคำถามที่หลายคนค้างคาใจ “ราคา iPhone11 เรทนี้ควรซื้อหรือไม่ ?”  และ “วิเคราะห์เจาะลึกเข้าใจง่ายกับ เหตุผลที่ iPhone ราคาถูกปรับลดลง ?”

———–
ราคา iPhone11 เบื้องต้น

iPhone 11 

64GB – 24,900 บาท (ถูกกว่า iPhone XR ตอนเปิดตัวที่ 29,900 บาท)
128GB – 26,900 บาท
256GB – 30,900 บาท

iPhone 11 Pro
64GB – 35,900 บาท (ถูกกว่า iPhone XS ตอนเปิดตัวที่ 39,900 บาท)
256GB – 41,900 บาท
512GB – 48,900 บาท

iPhone 11 Pro Max
64GB – 39,900 บาท (ถูกกว่า iPhone XS Max ตอนเปิดตัวที่ 43,900 บาท)
256GB – 45,900 บาท
512GB – 52,900 บาท

โดยมีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 20 ก.ย.นี้ และคาดว่าจะมีการเปิดขายในไทยอย่างเป็นทางการประมาณปลายเดือน ต.ค. นี้

ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย

เหตุผลที่ iPhone ราคาถูกลง

ธันยวัชร์ วิเคราะห์จากความเป็นจริงว่า ที่ผ่านมา ถึงแอปเปิลจะปรับราคาขาย iPhone แพงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งบางรุ่นนั้นก็ยังราคาพุ่งสูงถึง 5 หมื่นกว่าบาท แต่ก็ยังสามารถขายตาย ถึงจะไม่มากเท่าเดิมนัก จนมาถึงจุด ๆ หนึ่งที่แอปเปิลปรับราคาสูงมากจนเกินไป เมื่อเทียบกับคุณภาพและแบรนด์อื่น ๆ จึงทำให้ยอดขายตก

และนี่ก็คือ เหตุผลของ นักการตลาดขาโหด ที่ทำให้แอปเปิลตัดสินใจปรับราคาของ iPhone 11 ลง  โดยมีเหตุผลดังต่อไปนี้ 

1.ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักจะมีราคาที่ตั้งเอาไว้ในใจอยู่แล้ว เช่น ไม่เกิน 3 หมื่นต้นๆ

2.สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ มีราคาถูกกว่า และสเปกสูงกว่า จึงเป็นเหตุให้ผู้บริโภคหันไปใช้สมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นๆ แทน iPhone

“โดยเฉพาะจีน ยอดขายตกมาก จนต้องทำแคมเปญลดราคาขายลงมา และยังมีโปรโมชั่นให้ผ่อนได้นานถึง 36 เดือน ส่วนที่ประเทศญี่ปุ่นก็ขายไม่ได้ ในประเทศไทยก็ขายไม่ได้”

3.เศรษฐกิจแย่ทั้งโลก คนจะไม่ซื้อสินค้าที่ดู overpriced (ราคาสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง) สุดท้าย แอปเปิลได้เล็งเห็นถึงปัญหา และพาตัวเองกลับมาอยู่ในความเป็นจริง

“ซึ่งความเป็นจริงนั้นคือ ราคาไม่ควรจะเกิน 3 หมื่นกว่าบาท ในขณะที่การเปิดตัว iPhone ครั้งก่อน รุ่นที่มีราคาถูกที่สุดนั้น ก็เริ่มต้นที่ 3 หมื่นกว่าบาทเข้าไปแล้ว กลายเป็นว่า คนที่ซื้อ iPhone ดูไม่ฉลาด เพราะสเปกไม่แรง แต่ราคาแพง นี่แหละครับ ที่ทำให้เขากลับมาอยู่ในสภาพความเป็นจริง” ธันยวัชร์ วิเคราะห์ตรงไปตรงมา

เมื่อถามว่า การปรับราคาลงของแอปเปิล จะส่งผลให้ยอดขาย iPhone รุ่นล่าสุดเป็นอย่างไร? ธันยวัชร์ ให้ความเห็นว่า “ผมว่าดีขึ้น” พร้อมให้เหตุผลว่า “เพราะว่า บางคนที่ใช้รุ่นเก่าๆ อยู่ เช่น iPhone 6s, phone 6s Plus ได้เวลาเปลี่ยนแล้ว และราคากลับมาอยู่ในระดับที่ผู้บริโภครับได้”

แอปเปิล ปรับราคา iPhone ลง ส่งผลต่อภาพลักษณ์แบรนด์ ?

ธันยวัชร์ ให้เหตุผลว่า “iPhone คิดว่าตัวเองเป็น Luxury brand(แบรนด์หรูหรา) แต่จริงๆ แล้วเขาไม่ใช่ เพราะ Luxury brand จะไม่ผลิตสินค้าออกมามากมายแบบนี้ แต่ Luxury brand เขาจะผลิตน้อย”

“iPhone ผลิตเป็นล้านเครื่อง จึงไม่สามารถปรับขึ้นราคาจนเกินกว่าคุณค่าของสินค้าได้ และผมคิดว่า นี่จะกลับไปสู่ความจริงที่ iPhone ควรจะเป็น”

ทาง ธันยวัชร์ ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “การที่เขาเล่นดึงราคาสูงเกินความเป็นจริงที่ผ่านมาเนี่ยแหละ ที่ทำให้แอปเปิล ภาพลักษณ์ไม่ดี

เหตุผลที่คนใช้ iPhone มักไม่ย้ายไปแบรนด์อื่น

“นอกจากนี้ การใช้ iPhone ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน และเป็นเครื่องแสดงสถานะของผู้ใช้ iPhone ได้อีกด้วย”

ส่วนเหตุผลที่คนใช้ iPhone มักไม่ย้ายไปใช้แบรนด์อื่นนั้น ธันยวัชร์ วิเคราะห์จากประสบการณ์ว่า “ผมวิเคราะห์ว่า คนที่ใช้ iPhone มักจะใช้สินค้าประเภทอื่นๆ ของแอปเปิลด้วย เช่น iPad, Apple Watch ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ สามารถเชื่อมต่อข้อมูลกันได้ง่ายมาก และเหมือนล็อกผู้ใช้ให้รู้สึกจำเป็นที่จะต้องใช้ iPhone ต่อไป และถ้าตัดสินใจย้ายก็อาจก่อให้เกิด Switching Cost (ต้นทุนที่จะเกิดขึ้นกับลูกค้าขาประจำ)”

“ขณะที่ ตามสถิติแล้วนั้น คนที่ใช้ Android มีแนวโน้มที่จะย้ายไปใช้ iPhone ยากกว่า คนใช้ iPhone ย้ายไปใช้ Android อันเนื่องมาจากผู้ใช้งานเกิดความรู้สึกว่า ใช้ iPhone แล้วไม่คุ้มค่า เพราะจะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า เมื่อครั้งที่ สตีฟ จ็อบส์ ยังอยู่ แอปเปิลจะเน้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึก ว้าว แต่ขณะที่ ทิม คุก จะเน้นความคุ้มค่าในแง่ธุรกิจ เพราะฉะนั้น ในยุคทิม คุก จึงไม่มีความแตกต่าง และกลายเป็นผู้ตาม เช่น แบรนด์อื่นมีกล้อง 3 ตัวไปนานแล้ว แต่ iPhone เพิ่งมี” ธันยวัชร์ บอกเล่าถึงความตลกร้าย

iPhone11 ราคาเรทนี้ควรซื้อหรือไม่?

“ผมคิดว่า ถ้าใครที่กำลังคิดจะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนในมือ ผมถือว่า iPhone 11 ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะด้วยกล้องที่พัฒนาขึ้น และการปรับราคาของ iPhone ครั้งนี้ ก็ดูไม่ overpricing(ราคาสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง) จนเกินไป” ธันยวัชร์ ทิ้งท้าย.

ที่มา ไทยรัฐ

iPhone11 กับการทดสอบฟีเจอร์ตัวใหม่ Deep Fusion

iPhone11

ฟีเจอร์กล้องใหม่ Deep fusion สร้างขึ้นมาเพื่อ  iPhone11, iPhone11 Pro และ iPhone11 Pro Max โดย ตอนนี้ก็ถูกเปิดให้ใช้งาน รุ่นทดสอบปกติ และ รุ่นทดสอบสำหรับคนทั่วไปแล้วใน iOS 13.2

Apple เปิดตัว iPhone 11 , iPhone11 Pro และ iPhone 11 Pro Max สมาร์ตโฟนเรือธงของบริษัท จุดเด่นสำคัญอยู่ที่การพัฒนากล้องเป็นสามตัว ยังนูนเหมือนเดิม (แต่ดูจากรูปเหมือนจะน้อยลง) ว่าแต่กล้องสามตัวของ iPhone 11 Pro จะมีอะไรใหม่ หรือมีอะไรที่ชาวบ้านเค้ามีกันมานานแล้วบ้าง มาดูกันครับ

ในเดือน กันยายนที่ผ่านมา ทาง Apple ได้แนะนำฟีเจอร์ใหม่ Deep Fusion บนเวทีเปิดตัว iPhone 11 series  ซึ่ง Apple ได้อธิบายว่า Deep Fusion คือระบบการประมวลผลภาพใหม่ที่ Neural Engine ของ A13 Bionic จะนำมาใช้ โดย Deep Fusion จะใช้การเรียนรู้ของระบบที่ล้ำสมัยเพื่อทำการประมวลผลภาพแบบพิกเซลต่อพิกเซล เพื่อการแสดงพื้นผิว รายละเอียด และควบคุมจุดรบกวนในทุกส่วนของภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยปกติแล้ว ค่าอัตโนมัติของ iPhone 11 ทั้งสามรุ่นคือ Smart HDR ที่มีการถ่ายภาพก่อนและหลังแล้วนำมาผ่านการ Process รวมกันเป็นภาพเดียวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ Dynamic range และรายละเอียดต่าง ๆ ภายในรูปภาพ และหากเป็นสถานที่แสงน้อยก็จะถูกเปลี่ยนเป็น Night mode เพื่อให้ภาพในที่แสงน้อยดูสว่างยิ่งขึ้น แต่สำหรับ Deep Fusion นั้นจะแตกต่างออกไป

ทุกครั้งที่คุณถ่ายภาพในที่แสงระดับปานกลาง ไปจนถึงน้อยเช่นในอาคาร หรือหากมีการใช้งานเลนส์ซูมหรือ Telephoto ระบบจะเปลี่ยนโหมดอัตโนมัติ เพื่อลดสิ่งรบกวนในภาพ รวมถึงปรับรายละเอียดของภาพใหม่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ข้อแตกต่างระหว่าง Smart HDR และ Deep Fusion คือฟีเจอร์ใหม่นี้มีการทำงานในระดับพิกเซลเลยทีเดียว

มาว่ากันด้วยหลักการของ Deep Fusion อีกครั้ง iPhone จะถ่ายภาพทั้งหมด 9 ภาพ โดยมีภาพหลัก long exposure 1 ภาพ + 4 ภาพก่อนชัตเตอร์ + 4 ภาพหลังชัตเตอร์ แล้วนำมารวมกันเพื่อให้ภาพที่ได้รายละเอียดที่ดีที่สุด และนี่คือภาพตัวอย่างของ Deep Fusion จากผู้ใช้งานที่ได้อัปเดตเครื่องแล้ว

Deep Fusion ไม่ใช่โหมดถ่ายภาพที่สามารถเปิดใช้งานได้ตามต้องการในแอพกล้อง แต่เป็นระบบที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง และจะมีประสิทธิภาพเมื่อถ่ายภาพในสภาพแสงปานกลางจนถึงแสงน้อย

iPhone11

The Verge อธิบายว่า Deep Fusion จะเริ่มบันทึกภาพ 3 เฟรมด้วยความเร็วสูง หลังจากแตะปุ่มชัตเตอร์ลงไป หลังจากนั้น จะจับภาพอีก 3 เฟรม โดยเปิดรับแสงยาวนานขึ้น เพื่อเก็บรายละเอียด จากนั้นรูปภาพทั้งหมดจะถูกนำมาประมวลผลถึง 4 ขั้นตอน เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่มีรายละเอียดสมบูรณ์แบบที่สุด

deep fusion

จริง ๆ ภาพธรรมดาก็เห็นความแตกต่างระหว่าง Smart HDR และ Deep Fusion ค่อนข้างชัดเจนแล้ว ทีนี้ลองซูมเข้าไปอีกหน่อย เห็นยันรูขุมขนและริ้วรอยเลยทีเดียวครับ

Deep Fusion ฟีเจอร์ใหม่ในกล้อง iPhone 11 Pro
Deep Fusion ฟีเจอร์ใหม่ในกล้อง iPhone 11 Pro

ฟังก์ชั่น Deep Fusion ที่ทำงานภายใต้ระบบอย่าง Machine Learning ของ Apple A13 เพราะฉะนั้น iPhone รุ่นเก่ากว่านี้น่าจะหมดสิทธิ์ได้ใช้งานเจ้า Deep Fusion ตัวนี้ล่ะครับ แต่บอกได้คำเดียวว่าของเขาเจ๋งจริง

อันที่จริงส่วนใหญ่ฟีเจอร์กล้องของ iPhone 11 Pro ชาวบ้านก็ทำกันมาหมดแล้ว ยกเว้น Deep Fusion ที่ดูเหมือนจะเป็นฟีเจอร์แปลกใหม่ที่สุดในตลาดเลยล่ะ

อ้างอิง – flashfly  Beartai TheVerge