iPhone11 กับการทดสอบฟีเจอร์ตัวใหม่ Deep Fusion

iPhone11

ฟีเจอร์กล้องใหม่ Deep fusion สร้างขึ้นมาเพื่อ  iPhone11, iPhone11 Pro และ iPhone11 Pro Max โดย ตอนนี้ก็ถูกเปิดให้ใช้งาน รุ่นทดสอบปกติ และ รุ่นทดสอบสำหรับคนทั่วไปแล้วใน iOS 13.2

Apple เปิดตัว iPhone 11 , iPhone11 Pro และ iPhone 11 Pro Max สมาร์ตโฟนเรือธงของบริษัท จุดเด่นสำคัญอยู่ที่การพัฒนากล้องเป็นสามตัว ยังนูนเหมือนเดิม (แต่ดูจากรูปเหมือนจะน้อยลง) ว่าแต่กล้องสามตัวของ iPhone 11 Pro จะมีอะไรใหม่ หรือมีอะไรที่ชาวบ้านเค้ามีกันมานานแล้วบ้าง มาดูกันครับ

ในเดือน กันยายนที่ผ่านมา ทาง Apple ได้แนะนำฟีเจอร์ใหม่ Deep Fusion บนเวทีเปิดตัว iPhone 11 series  ซึ่ง Apple ได้อธิบายว่า Deep Fusion คือระบบการประมวลผลภาพใหม่ที่ Neural Engine ของ A13 Bionic จะนำมาใช้ โดย Deep Fusion จะใช้การเรียนรู้ของระบบที่ล้ำสมัยเพื่อทำการประมวลผลภาพแบบพิกเซลต่อพิกเซล เพื่อการแสดงพื้นผิว รายละเอียด และควบคุมจุดรบกวนในทุกส่วนของภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยปกติแล้ว ค่าอัตโนมัติของ iPhone 11 ทั้งสามรุ่นคือ Smart HDR ที่มีการถ่ายภาพก่อนและหลังแล้วนำมาผ่านการ Process รวมกันเป็นภาพเดียวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ Dynamic range และรายละเอียดต่าง ๆ ภายในรูปภาพ และหากเป็นสถานที่แสงน้อยก็จะถูกเปลี่ยนเป็น Night mode เพื่อให้ภาพในที่แสงน้อยดูสว่างยิ่งขึ้น แต่สำหรับ Deep Fusion นั้นจะแตกต่างออกไป

ทุกครั้งที่คุณถ่ายภาพในที่แสงระดับปานกลาง ไปจนถึงน้อยเช่นในอาคาร หรือหากมีการใช้งานเลนส์ซูมหรือ Telephoto ระบบจะเปลี่ยนโหมดอัตโนมัติ เพื่อลดสิ่งรบกวนในภาพ รวมถึงปรับรายละเอียดของภาพใหม่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ข้อแตกต่างระหว่าง Smart HDR และ Deep Fusion คือฟีเจอร์ใหม่นี้มีการทำงานในระดับพิกเซลเลยทีเดียว

มาว่ากันด้วยหลักการของ Deep Fusion อีกครั้ง iPhone จะถ่ายภาพทั้งหมด 9 ภาพ โดยมีภาพหลัก long exposure 1 ภาพ + 4 ภาพก่อนชัตเตอร์ + 4 ภาพหลังชัตเตอร์ แล้วนำมารวมกันเพื่อให้ภาพที่ได้รายละเอียดที่ดีที่สุด และนี่คือภาพตัวอย่างของ Deep Fusion จากผู้ใช้งานที่ได้อัปเดตเครื่องแล้ว

Deep Fusion ไม่ใช่โหมดถ่ายภาพที่สามารถเปิดใช้งานได้ตามต้องการในแอพกล้อง แต่เป็นระบบที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง และจะมีประสิทธิภาพเมื่อถ่ายภาพในสภาพแสงปานกลางจนถึงแสงน้อย

iPhone11

The Verge อธิบายว่า Deep Fusion จะเริ่มบันทึกภาพ 3 เฟรมด้วยความเร็วสูง หลังจากแตะปุ่มชัตเตอร์ลงไป หลังจากนั้น จะจับภาพอีก 3 เฟรม โดยเปิดรับแสงยาวนานขึ้น เพื่อเก็บรายละเอียด จากนั้นรูปภาพทั้งหมดจะถูกนำมาประมวลผลถึง 4 ขั้นตอน เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่มีรายละเอียดสมบูรณ์แบบที่สุด

deep fusion

จริง ๆ ภาพธรรมดาก็เห็นความแตกต่างระหว่าง Smart HDR และ Deep Fusion ค่อนข้างชัดเจนแล้ว ทีนี้ลองซูมเข้าไปอีกหน่อย เห็นยันรูขุมขนและริ้วรอยเลยทีเดียวครับ

Deep Fusion ฟีเจอร์ใหม่ในกล้อง iPhone 11 Pro
Deep Fusion ฟีเจอร์ใหม่ในกล้อง iPhone 11 Pro

ฟังก์ชั่น Deep Fusion ที่ทำงานภายใต้ระบบอย่าง Machine Learning ของ Apple A13 เพราะฉะนั้น iPhone รุ่นเก่ากว่านี้น่าจะหมดสิทธิ์ได้ใช้งานเจ้า Deep Fusion ตัวนี้ล่ะครับ แต่บอกได้คำเดียวว่าของเขาเจ๋งจริง

อันที่จริงส่วนใหญ่ฟีเจอร์กล้องของ iPhone 11 Pro ชาวบ้านก็ทำกันมาหมดแล้ว ยกเว้น Deep Fusion ที่ดูเหมือนจะเป็นฟีเจอร์แปลกใหม่ที่สุดในตลาดเลยล่ะ

อ้างอิง – flashfly  Beartai TheVerge