USA เสนอร่างกฎหมายบังคับ Tech Giant ย้ายข้อมูลไปบริการคู่แข่งผ่านตัวกลางรัฐ

งานนี้ต้องยอมรับในไอเดียสุดล้ำของสภาคองเกรซสหรัฐ ฯ จริง ๆ เพราะนอกจากจะทยอยเรียกกลุ่มยักษ์ใหญ่สายเทคโนโลยี ( Tech Giant ) สัญชาติอเมริกันเข้าพบเพื่อหารือจนแทบจะครบทุกชื่อที่พวกเรารู้จักกันดีแล้วนั้น ล่าสุดสภาทั้งพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาลต่างเห็นชอบร่วมกันในร่างกฎหมายใหม่ที่จะเข้ามากำหนดให้แพลตฟอร์มอย่าง Facebook นั้นต้องปรับโครงสร้างการทำงานของระบบ ให้ข้อมูลของผู้ใช้บริการสามารถใช้งานและย้ายข้ามแพลตฟอร์มได้โดยง่าย

กฎหมายใหม่ เพื่อเสรีภาพขั้นสุดของผู้บริโภค บังคับ TECH GIANT เปิดระบบให้ย้ายหนีได้

กฎหมายใหม่ที่ว่านี้มีชื่อว่า “Augmenting Compatibility and Competition by Enabling Service Switching Act” หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “ACCESS Act” โดยมีเจตนารมณ์หลัก ๆ ที่ชัดเจนหากแปลความตามชื่อเลยคือ เพื่อสร้างความสามารถในความเข้ากันได้และการแข่งขันข้ามแพลตฟอร์มโดยวิธีการบังคับเปิดระบบให้ย้ายบริการได้ 

หากเพื่อน ๆ นึกไม่ออกให้นึกภาพว่าเหมือน การย้ายค่ายผู้ให้บริการมือถือบ้านเราที่ต้องทำได้โดยง่าย แต่นำไปบังคับใช้กับแพลตฟอร์มให้บริการเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น Facebook แทนนั่นเอง 💡 !

ที่น่าสนใจมากคือทั้งสภาคองเกรซของสหรัฐ ฯ ที่ประกอบไปด้วย 2 พรรคใหญ่นั้น ล้วนแล้วแต่แสดงความเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการออกกฎหมายนี้ เพราะเชื่อว่าจะเป็นทั้งการสร้างระบบอันเข้มงวดต่อผู้ให้บริการ และ ส่งเสริมการแข่งขันที่ไร้อำนาจผูกขาดทางการค้า โดยงานนี้ธุรกิจที่อาจจะอยู่ไม่สุขมากที่สุด น่าจะมีชื่อ Apple | Facebook | Google แถว ๆ นี้นี่แหละ เพราะลงทุนไปมากกับการสร้าง Ecosystem ของตัวเองให้ผู้บริโภคอยู่ในพื้นที่บริการของพวกเขา ไม่สามารถหนีออกไปจากแพลตฟอร์มได้ง่ายนัก

ข้อมูลของพวกคุณ คือทรัพย์สินโดยสมบูรณ์ของพวกคุณ หลักการนี้ต้องชัดเจน ฉะนั้นแล้วผู้บริโภคควรที่จะมีทางเลือกบนแพลตฟอร์มออนไลน์ทุกรูปแบบ โดยไร้ซึ่งกำแพงใด ๆ กั้น – วุฒิสภา Josh Hawley | สภาคองเกรซ

สหรัฐ ฯ หวังทำลายกำแพงผูกขาดทางการค้า ผู้บริโภครับประโยชน์ ส่วน FACEBOOK นั้น กุมขมับรอได้เลย…

อีกหนึ่งไม้เด็ดของร่างกฎหมายฉบับนี้นั้นคือ การบังคับให้บริการออนไลน์ทุกเจ้า ! ต้องต่อ API (Application Programing Interface) เป็นระบบเปิดเข้าด้วยกันผ่านตัวกลางที่ควบคุมโดย คณะกรรมาธิการการค้า (Federal Trade Commission) ของสหรัฐ ฯ อีกที 

เผื่อในกรณีที่ผู้บริโภครายใด ๆ ต้องการย้ายออกจากบริการหนึ่งไปยังอีกบริการหนึ่งนั้น ต้องทำได้โดยง่ายและสมบูรณ์ เช่น ย้ายจาก Facebook ไป Hi5 😆 ต้องจบได้ในไม่กี่คลิ๊กและต้องเลือกได้ด้วยว่าข้อมูลที่ย้ายนั้น Facebook ต้องลบของเราออกให้หมดทันทีที่มีการย้ายออกเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์

ร่างกฎหมายนี้ถูกมองว่า นอกจากจะเป็นการยกระดับการกำกับดูแลเหล่าบริการออนไลน์เพื่อคุ้มครองสิทธิในข้อมูลของผู้บริโภคอย่างเต็มที่แล้วนั้น ยังเป็นกลยุทธ์ในการแก้เกมส์ผูกขาดทางการค้าผ่าน Ecosystem ของเหล่าธุรกิจสายเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ปัจจุบันนั้น กำลังเข้าสู่ยุคทองของตนเองกันอย่างเต็มที่เลยล่ะ หากมองจากอาณาจักรขององค์กรเหล่านี้ จะเห็นได้ว่ามีรูปแบบของบริการที่ครอบคลุมในทุก ๆ การเคลื่อนไหวของชีวิตเราเต็มไปหมด แถมเข้าไปแล้วออกยาก 😆 หนึ่งในนั้นก็คือ Facebook Inc. ซึ่งนับเป็นที่หมายตาของรัฐบาลสหรัฐ ฯ มาสักพักใหญ่ ๆ แล้วในเรื่องนี้นั่นเอง  😐

โดยหากมองจาก Facebook เป็นตัวอย่าง จะเห็นว่าได้มีความพยายามเพิ่มฟังก์ชั่นการควบคุมข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการที่สามารถทำได้เองมากขึ้นอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะแง่มุมของการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของตัวผู้บริโภคเองได้นั้น ได้มีการเปิดให้เราสามารถดาวน์โหลดข้อมูลมาดูได้ว่า Facebook จัดเก็บข้อมูลอะไรของเราไปบ้างนับตั้งแต่ใช้บริการมา

อย่างไรก็ดี กรณีนี้ต่างออกไปมาก เพราะคงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่จะส่งผ่านข้อมูลผู้ใช้งานไปยังคู่แข่งได้แม้จะผ่านตัวกลาง และก็คงไม่ใช่แค่ Facebook แต่คิดว่าไม่น่ามีบริการออนไลน์เจ้าใดอยากทำเป็นแน่ 

เพราะถ้าเพื่อน ๆ จะสามารถพากันย้ายที่เล่นโซเชียลได้ง่าย ๆ ราวกับย้ายค่ายมือถือขนาดนี้ล่ะก็ Tech Giant จะต้องพบเจอกับการแข่งขันที่สูงมากกว่าที่เคย ส่วนผู้บริโภคอย่างเรา ๆ นั้น แน่นอนว่ารอรับประโยชน์จากการแข่งขันราวกับค่ายมือถือแย่งลูกค้ากันยังไงยังงั้นเลยล่ะ งานนี้

“การมีอำนาจของ Facebook และ Google นั้นเต็มไปด้วยการแข่งขันกัน อย่างมีความหมาย ซึ่งจำเป็นที่จะ ได้รับการป้องกันทางออนไลน์ และ ส่งเสริมนวัตกรรมทางเทคโนโลยี” Blumenthal กล่าว จากที่ได้ศึกษา กรณีต่อต้านการผูกขาด การทำงานร่วมกัน และ ความสะดวกสบาย นั้นเป็นเครื่องมือที่มีพลังมาก ที่จะ ยับยั้งการ ต่อต้านพฤติกรรมการแข่งขัน และ ส่งเสริมบริษัท นวัตกรรมใหม่ ๆ

ขอบคุณที่มา Droidsans The verge

Galaxy Watch Active 2 เปิดตัวแล้ว รองรับ Wifi,eSim ราคาสุดคุ้ม เริ่ม 9,900 บาท

เดินทางมาถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Galaxy Watch Active 2  สมาร์ทวอทช์ตัวใหม่ล่าสุดจากค่าย Samsung แน่นอนว่าเป็นรุ่นใหม่ ฟีเจอร์หรือความสามารถอะไรต่างๆ ย่อมดีกว่าและมีมากกว่าตัวเก่าอย่างแน่นอน รอบนี้พิเศษ มาพร้อมกับรุ่นที่รองรับการใช้งาน eSIM อีกด้วย เปิดราคาเริ่มต้น 9,900 บาทเท่านั้น

นอกจากการใช้งานหรือการอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตในแต่ละวันแล้ว Galaxy Watch Active 2 ยังมาพร้อมกับตัวเลือกดีไซน์หลากหลายแบบให้ผู้ใช้งานเลือกใช้งานตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นขนาดหน้าปัด 2 แบบ 44 มม. กับ 40 มม. สำหรับใครที่ข้อแขนใหญ่หรือเล็ก, รุ่น Bluetooth กับรุ่น eSIM หรือสายนาฬิกาที่มีให้เลือกตั้งแต่แบบสแตนเลส, อลูมิเนียม และแบบสายรัด

ระบบหน้าจอสัมผัสที่ใช้งานแบบได้แบบง่ายๆ เพียงแค่เอานิ้วไถที่ขอบหน้าปัดเพื่อเปลี่ยนหน้าจอการทำงานของนาฬิกา หรือเลือกเมนูได้แบบสะดวกยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม

Galaxy Watch Active 2 มาพร้อมกับฟีเจอร์สุดเกร๋ที่เพียงแค่แชะรูปเสื้อที่ใส่อยู่ หน้าปัดของสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ก็จะเปลี่ยนอัตโนมัติเป็นรูปภาพที่มีลักษณะคล้ายๆ กับสีเสื้อของเราทันที mix and match สุดๆ เชื่อว่าฟีเจอร์นี้สาวๆ หลายท่านน่าจะถูกใจยิ่งนักเลยล่ะ

Galaxy Watch Active2 รองรับการออกกำลังกายได้ถึง 39 แบบ และการออกกำลังกายบางอย่างยังมีหัวข้อย่อยออกมาอีก นอกจากนี้ยังได้รับมาตรฐานกันน้ำที่ระดับ 5ATM และ IP68 ทำให้เราสามารถใส่สมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ลงไปว่ายน้ำได้สบายๆ ส่วนขาลุยทั้งหลายก็หายห่วงด้วยมาตรฐานความทนทานที่ระดับ MIL-STD-810G อีกต่างหาก

สำหรับใครที่ไม่ใช่สายลุย แต่เป็นสาย Healthy ก็ไม่ต้องห่วงนะ เพราะ Galaxy Watch Active2 ก็ยังสามารถรองรับแอปที่ใช้ร่วมกับการทำสมาธิ, การติดตามการนอนหลับ หรือการติดตามวัดระดับความเครียด

ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ สำหรับการออกกำลังกายก็ยังคงมีมาให้เหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็นเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจที่แม่นยำกว่าเดิม, เซนเซอร์ Accelerometer ที่สามารถวัดแรงได้ถึงระดับ 32G, มี Barometer, มี GPS แถมด้วยเซนเซอร์ ECG หรือ Electrocardiogram (เซนเซอร์สำหรับตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ) มาให้อีกด้วย

สเปค GALAXY WACTH ACTIVE 2

  • หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 44 มม. / 40 มม. ความละเอียด 360 x 360
  • CPU : Exynos 9110
  • RAM : Bluetooth 768MB / LTE 1.5GB
  • ความจุ : 4GB
  • แบตเตอรี่ : รุ่น 44 มม. 340 mAh / รุ่น 40 มม. 247 mAh
  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น : 5ATM / IP68
  • มาตรฐานความทนทาน : MIL-STD-810G
  • การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.0, Wi-Fi b/g/n, NFC, A-GPS/Glonass/Beidou, LTE
  • เซ็นเซอร์ : Heart rate, Electrocardiogram, Accelerometer, Gyroscope, Barometer, Ambient light
  • ระบบ Tizen

Galaxy Watch Active 2 จะมีให้เลือกหลักๆ ด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น แบ่งออกเป็นรุ่น Bluetooth, eSIM และรุ่นพิเศษที่ Samsung ได้ไปจับมือร่วมกับแบรนด์กีฬาชื่อดังอย่าง Under Armour ในชื่อรุ่นว่า Under Armour Edition สำหรับราคาก็ตามนี้เลยครับ..

  • รุ่น eSIM สแตนเลส-สายหนัง ขนาดหน้าปัด 44 มม. มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี (สีเทา, สีดำ และสีทอง) ราคา 13,900 บาท 
  • รุ่น eSIM สแตนเลส-สายหนัง ขนาดหน้าปัด 40 มม. มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี (สีเทา, สีดำ และสีทอง) ราคา 12,900 บาท 
  • รุ่น Bluetooth สแตนเลส-สายหนัง ขนาดหน้าปัด 44 มม. มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี (สีเทา, สีดำ และสีทอง) ราคา 12,900 บาท 
  • รุ่น Bluetooth สแตนเลส-สายหนัง ขนาดหน้าปัด 40 มม. มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี (สีเทา และสีชมพูทอง) ราคา 11,900 บาท 
  • รุ่น Bluetooth อลูมิเนียม-สาย FKM ขนาดหน้าปัด 44 มม. มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี (สีเทา และสีดำ) ราคา 9,900 บาท 
  • รุ่น Under Armour Edition – Bluetooth อลูมิเนียม-สาย UA สีดำ ขนาดหน้าปัด 44 มม. ราคา 10,900 บาท
  • รุ่น Under Armour Edition – Bluetooth อลูมิเนียม-สาย UA สีเทาขนาดหน้าปัด 40 มม. ราคา 9,900 บาท 

วันวางจำหน่ายของสมาร์ทวอทช์ดีไซน์สุดหรูรุ่นนี้อย่าง Galaxy Watch Active2 ก็จะเริ่มเปิดให้จองตั้งแต่วันที่ 29 – 31 ตุลาคมเป็นต้นไปครับผ่าน Samsung Online Shop จากนั้นจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ครับ ทว่า.. รุ่น eSIM จะเริ่มวางจำหน่ายช้ากว่านิดนึงในวันที่ 8 พฤศจิกายนนะครับ บนช่องทาง Samsung Online Shop และผู้ให้บริการเครือข่าย AIS, DTAC และ True

แต่สำหรับใครที่กำลังเล็งรุ่นพิเศษ Under Armour Edition อยู่ ก็คงต้องอดใจกันต่ออีกนิ๊ด…นึง เพราะนอกจากราคาแล้ว ก็ยังไม่มีข้อมูลวันวางขายเปิดเผยออกมาเลยเกี่ยวกับรุ่นนี้

ที่มา Droidsans