Realme X2 Pro สเปคแรง Snapdragon 855+ ชาร์จเร็ว 50W จอ 90Hz

สำหรับคนชอบสเปคแรง ๆ น่าจะชอบตัวนี้น่าดู Realme X2 Pro เปิดตัวในประเทศจีนไปเมื่อเดือนตุลาคมนี้เอง มาพร้อมสเปคสุดโหด Snapdragon 855+ กล้องหลัง 4 ตัว 64 ล้านพิกเซล ซูมได้ 20 เท่า ยังไม่พอ มาพร้อมหน้าจอสุดลื่นนน 90 Hz พร้อมเปิดตัวเป็นทางการแล้วในบ้านเรา 19,999 บาท

realme X2 Pro มาพร้อมกับหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว, ความละเอียด Full HD+, อัตราส่วนหน้าจอ 20:9, รองรับการแสดงผลแบบ HDR 10+ และยังมีค่ารีเฟรชเรทอยู่ที่ 90Hz ทำให้การเล่นเกมไหลลื่นอย่าบอกใครเลย นอกจากนี้ยังมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอที่ทาง realme เคลมว่ามีความแม่นยำและรวดเร็วมาก เพราะใช้เวลาปลดล็อคเพียงแค่ 0.23 วินาทีเท่านั้น

แรงหายห่วงด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 855+ บวกกับ GPU Adreno 640 ทำให้ทั้งการทำงานทั่วไป และเล่นเกมกราฟฟิคโหดๆ ได้สบายหายห่วง แถมยังมีระบบระบายความร้อน Vapor Chamber เข้ามาช่วยลดอุณหภูมิเวลาใช้งานหนักๆ อีกด้วย

realme X2 Pro มีความจุให้เลือกสูงสุด 256GB และยังเป็นหน่วยความจำแบบ UFS 3.0 ทำให้การอ่าน-เขียนไฟล์ไวสุดๆ ส่วน RAM ก็มีให้เลือกตั้งแต่ 6GB ไปจนถึง 12GB สามารถทำงานแบบ multi-task ได้แบบเหลือๆ

แบตเตอรี่ขนาด 4,000 มิลลิแอมป์ ของ realme X2 Pro รองรับชาร์จไว SuperVOOC 50W ที่ชาร์จเพียงแค่ 10 นาที ก็ได้แบตมาใช้งานแล้ว 40% อีกทั้งยังรองรับการชาร์จไวมาตรฐานแบบ USB-PD ที่ 18W อีกด้วย

กล้องหลัง 4 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล (Samsung GW1) ค่ารูรับแสง f/1.8, กล้อง Telephoto 13 ล้านพิกเซล ซูมได้สูงสุด 20x, กล้อง Ultra Wide 8 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 115  องศา และกล้อง depth sensor 2 ล้านพิกเซล โดย realme X2Pro รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 60fps และ Slow-mo ที่ 960fps ขณะที่กล้องหน้าให้มาที่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล + ระบบ AI

สเปค REALME X2 PRO

  • หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ ค่ารีเฟรชเรท 90Hz
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 855+
  • GPU: Adreno 640
  • RAM: 12GB
  • ความจุ: 256GB (UFS 3.0)
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    • เซนเซอร์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล
    • เลนส์ Telephoto 13 ล้านพิกเซล Zoom 20x
    • กล้อง Ultra Wide 8 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 115 องศา
    • กล้อง depth sensor 2 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล + AI
  • เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ
  • ระบบระบายความร้อน Vapor Chamber
  • ระบบเสียง: รูหูฟัง 3.5 มม., ลำโพงสเตอรีโอคู่, Dolby Atmos, Hi-Res Audio
  • แบตเตอรี่ 4,000 มิลลิแอมป์ รองรับชาร์จไว SuperVOOC 50W
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย ColorOS 6.1

realme X2Pro จะเริ่ม Pre-Order วันที่ 22 – 30 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ และพิเศษสุดๆ สำหรับคนพรีออเดอร์ก่อนเท่านั้น รับไปเลยหูฟัง realme Buds Wireless มูลค่า 1,999 บาทฟรีๆ โดย realme X2Pro จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม ราคา 19,999 บาท

ซึ่งถ้าซื้อกับผู้ให้บริการเครือข่ายอย่าง AIS และ True พร้อมสมัครแพ็คเกจรายเดือนที่กำหนด ก็จะถูกลงไปอีกอยู่ที่เพียง 9,499 บาทเท่านั้น สำหรับรายละเอียดของโปรโมชั่นและแพ็กเกจ ทางเราจะมาอัพเดทข้อมูลให้อีกทีนะครับ

ยังไม่หมดเท่านี้…ถ้าสั่งจองกับ Lazada ตั้งแต่วันที่ 22 – 28 พ.ย. นี้ จะได้รับสิทธิ์ซื้อเครื่องในราคาพิเศษเหลือเพียง 17,999 บาท พร้อมรับ VIP Card และหูฟัง Buds Wireless อีกด้วย

ที่มา Droidsans

เปิดตัวใหม่ Huawei Y9s และ Y6s เก่งกว่าเดิม เริ่มต้น 3,xxx บาท

เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับมือถือซีรีส์ Y ทั้ง Huawei Y9s และ Y6s ที่รอบนี้จัดเต็มเรื่องสเปคและการใช้งานเหมือนเดิม ใช้งานทุกอย่างได้ลื่นไหล เล่นเกมสบาย ถ่ายรูปสวย เคาะราคาไทยเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์สุดๆ เพราะมีราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 3,999 บาทเท่านั้น

มาเริ่มกันที่ Huawei Y6s กันก่อนเลยดีกว่า แม้ว่าจะเปิดราคามาเพียงแค่ 3,999 บาท แต่เรื่องสเปค บอกเลยว่าจัดมาให้แบบเต็มสุดๆ ไม่มีกั๊ก ไม่ว่าจะชิปเซ็ต MediaTek Helio P35, RAM 3GB และความจุ 64GB เพิ่มเมมได้สูงสุด 512GB ทำงานลื่นไหลบนระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบด้วย EMUI 9.0

หน้าจอ Dewdrop FullView Display ขนาด 6.09 นิ้ว ความละเอียด HD+ มีติ่งเล็กๆ บนหน้าจอ อย่างไรก็ดี การเสพคอนเทนต์บนสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ก็ยังทำได้แบบจัดเต็ม สีสันอะไรต่างๆ มาครบ ได้ครบทุกอรรถรส

Huawei Y6s จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำและสีน้ำเงิน โดยสีน้ำเงินจะวางขายทีหลังในวันที่ 13 ธันวาคม 2562

สเปค HUAWEI Y6S

  • หน้าจอ TFT LCD ขนาด 6.09 นิ้ว ความละเอียด HD
  • ชิปเซ็ต: MediaTek P35
  • RAM: 3GB
  • ความจุ: 64GB ใส่เมมเพิ่มได้สูงสุด 512GB
  • กล้องหลัง 1 ตัว เซนเซอร์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/1.8
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.0
  • แบตเตอรี่ 3,020 มิลลิแอมป์ ไม่รองรับชาร์จไว
  • micro USB, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • Bluetooth 4.2
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9.0

สำหรับรุ่นพี่ Huawei Y9s ก็มาพร้อมกับหน้าจอ Ultra FullView ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ ใช้หน้าจอได้ 91% กล้องหน้า Pop up ก็เลยไม่มีติ่งมารบกวนใจ ดูหน้าจอได้เต็มจอเลย

กล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยเซนเซอร์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับโหมดถ่ายภาพตอนกลางคืนที่จะใช้เวลาทั้งหมด 6 วินาทีในการถ่าย ทำให้ภาพที่ได้ บอกเลยว่าแสงมาแบบจัดเต็มมากๆ ราวกับถ่ายตอนกลางวัน ที่สำคัญมีระบบกันสั่น AIS ด้วย, กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 120 องศา และกล้อง depth sensor สำหรับช่วยละลายพื้นหลังเวลาถ่ายโหมดหน้าชัดหลังเบลอความละเอียด 2 ล้านพิกเซล

Huawei Y9s อัด RAM มาให้ 6GB, ความจุ 128GB ใส่เมมเพิ่มได้สูงสุดถึง 512GB โดยจะใช้เทคโนโลยี EROFS ที่จะเข้ามาช่วยให้การเปิดปิดไฟล์หรือโอนถ่ายข้อมูลต่างๆ มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังจะทำให้เปิดแอปหลายๆ แอปพร้อมกัน โดยที่เครื่องไม่ทำงานช้าหรือหน่วงลงแต่อย่างใด

สเปค HUAWEI Y9S

  • หน้าจอ TFT LCD ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด Full HD+
  • ชิปเซ็ต: Kirin 710F
  • RAM: 6GB
  • ความจุ: 128GB ใส่เมมเพิ่มได้สูงสุด 512GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    • เซนเซอร์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/1.8
    • กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.4
    • กล้อง depth sensor ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้าป๊อปอัพความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.2
  • แบตเตอรี่ 4,000 มิลลิแอมป์ ไม่รองรับชาร์จไว
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9.1

Huawei Y9s เริ่มวางขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 ธันวาคมที่จะถึงนี้ครับ ทว่าจะเปิดให้ Pre-Order ก่อนตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายนถึง 3 ธันวาคม โดยจะได้ของสมนาคุณเป็น Huawei Mini Speaker มูลค่า 1,090 บาท และสำหรับใครที่สั่งซื้อผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายทั้ง 3 ค่าย พร้อมสมัครแพ็คเกจรายเดือนที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็น AIS, dtac หรือ TRUE ก็รับไปเลยส่วนลดสูงสุดมูลค่า 60% รวมแล้วเหลือเพียงแค่เครื่องละ 2,490 บาท เท่านั้น

ขอบคุณที่มา Droidsans

AIS Fibre เน็ตบ้าน ความเร็ว 200/200Mbps เริ่มแค่ 599 เร็วสุด 1000/200 Mbps

ณ เวลานี้ไม่ว่าจะเป็นเน็ตอะไรก็ตาม ทุก ๆ ค่ายต่างพากันยัดโปรโมชั่นมาแข่งกันเพื่อที่จะเรียกลูกค้า เช่น ตอนนี้ AIS ก็จะเปิดแพ็คเกจเน็ตบ้าน AIS Fibre สุดคุ้ม เริ่มต้นที่ความเร็ว 200/200 Mbps แต่ราคาเบา ๆ 599 บาทเอง

แต่สำหรับใครที่อยากได้ของแรงสุดๆ AIS ก็จัดให้ด้วยแพ็คเกจ SUPER MESH WiFi 1 Gbps ความเร็วสูงปรี๊ดถึง 1Gbps / 200Mbps แถมยังจะได้รับ Mesh WiFi ไปใช้กระจายสัญญาณในบ้านอีก 3 ตัว ฟรีๆ อีกด้วย

แพ็คเกจเน็ตบ้านใหม่จาก AIS ทุกแพ็คเกจจะมีความเร็วอัพโหลดเริ่มต้นอยู่ที่ 200 Mbps โดยแพ็คเกจ HomeBROADBAND จะมีให้เลือกทั้งหมด 2 แบบคือ

แพ็คเกจ HOMEBROADBAND

  • ความเร็ว 200/200 Mbps ค่าบริการรายเดือน 599 บาท และสำหรับลูกค้าที่ใช้เบอร์ AIS แบบรายเดือน จะได้รับราคาพิเศษเหลือ 539 บาท
  • ความเร็ว 500/200 Mbps ค่าบริการรายเดือน 799 บาท และสำหรับลูกค้าที่ใช้เบอร์ AIS แบบรายเดือน จะได้รับราคาพิเศษเหลือ 719 บาท

และใครที่อยากได้ทั้งเน็ตแรงๆ และความบันเทิงภายในบ้าน ก็ต้องมาดูที่แพ็คเกจ HomePLUS ที่จะได้รับ AIS Playbox ไปฟรีๆ พร้อมดูคอนเทนท์จาก PLAY FAMILY นาน 12 เดือน และ HOOQ อีก 6 เดือน

แพ็คเกจ HOMEPLUS

  • ความเร็ว 200/200 Mbps ค่าบริการรายเดือน 699 บาท และสำหรับลูกค้าที่ใช้เบอร์ AIS แบบรายเดือน จะได้รับราคาพิเศษเหลือ 639 บาท (รับ AIS Playbox + PLAY FAMILY 12 เดือน และ HOOQ 6 เดือน)
  • ความเร็ว 500/200 Mbps ค่าบริการรายเดือน 899 บาท ลูกค้าที่ใช้เบอร์ AIS แบบรายเดือน จะได้รับราคาพิเศษเหลือ 819 บาท และลูกค้า Serenade เหลือเพียง 699 บาท (รับ AIS Playbox + PLAY FAMILY 12 เดือน และ HOOQ 6 เดือน)

สำหรับคนชอบของแรง AIS ก็มีแพ็คเกจ SUPER MESH WiFi 1 Gbps เน็ตบ้านความเร็วสูงปรี๊ดถึง 1Gbps มาให้เลือกใช้ในราคาสุดคุ้มเริ่มต้นแค่เดือนละ 999 บาท เท่านั้น โดยจะได้รับทั้ง Nokia WiFi Beacon 1 (Mesh WiFi) ไปใช้ฟรีๆ ถึง 3 ตัว

แพ็คเกจ SUPER MESH WIFI 1 GBPS

  • ความเร็ว 1Gbps / 200 Mbps ค่าบริการรายเดือน 999 บาท รับฟรี Nokia WiFi Beacon 1 จำนวน 3 ตัว ติดสัญญา 24 เดือน (ครบสัญญาไม่ต้องคืน)
  • ความเร็ว 1Gbps / 200 Mbps ค่าบริการรายเดือน 1,099 บาท รับฟรี Nokia WiFi Beacon 1 จำนวน 3 ตัว ติดสัญญา 24 เดือน (ครบสัญญาไม่ต้องคืน) และยังจะได้รับ AIS Playbox กับแพ็คเกจ PLAY FAMILY 12 เดือน, HOOQ 6 เดือน และ Netflix 3 เดือน
  • ลูกค้าปัจจุบันที่ใช้แพ็คเกจ SUPER MESH WiFi 1Gbps / 100Mbps จะได้รับอัพเกรดเป็นแพ็คเกจ SpeedBoost 1Gbps / 500 Mbps ตลอดอายุสัญญา

ส่วนเหล่าเกมเมอร์ที่ปัจจุบันใช้แพ็คเกจ eSports จะได้รับอัพเกรดความเร็วเริ่มต้นที่ 200 / 200 Mbps + 200 / 200 Mbps ด้วยเทคโนโลยีแยกท่อเกมออกจากท่ออินเทอร์เน็ตบ้าน ทำให้การใช้งานทั้ง 2 แบบ ไม่แย่งความเร็วกัน ทำให้ค่า Latency ต่ำ และเสถียรกว่า

แพ็คเกจ POWER4MAXX PACKAGE

สำหรับแพ็คนี้จะเหมาะครอบครัวที่ใช้ AIS Playbox ไว้ดูสำหรับ TV โดยเฉพาะ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 แบบคือ

  • 200/200 Mbps เดือนละ 799 บาท ได้ Play Family + HOOQ  + เน็ตมือถือ 10GB + AIS Wifi
  • 500/200 Mbps เดือนละ 999 บาท ได้ Play Family + HOOQ  + เน็ตมือถือ 15GB + AIS Wifi
  • 500/200 Mbps เดือนละ 1,299 บาท ได้ Play Family + HOOQ  + Netflix + เน็ตมือถือ 30GB + AIS Wifi + เป็น Serenade Emerald ทันที

*เฉพาะแพ็คราคา 1,299 บาท สามารถแชร์เน็ตและโทรฟรี ได้กับเบอร์ AIS ด้วยกันสูงสุด 5 เบอร์

อัพเกรดความเร็วแพ็คเกจ ESPORTS

  • แพ็คเกจเดิม 100/100 Mbps + 100/100 Mbps ปรับใหม่เป็น 200/200 Mbps + 200/200 Mbps
  • แพ็คเกจเดิม 200/200 Mbps + 200/200 Mbps ปรับใหม่เป็น 300/300 Mbps + 300/300 Mbps
  • แพ็คเกจ เดิม 300/300 Mbps + 300/300 Mbps ปรับใหม่เป็น 500/500 Mbps + 500/500 Mbps

โดยจะเริ่มอัพเกรดสปีดให้ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป

SPEED TOGGLE ปรับความเร็ว DOWNLOAD / UPLOAD ได้ตามใจ

นอกจากนี้ AIS ยังมีฟีเจอร์เด็ด Speed Toggle รายแรกในประเทศไทยที่ลูกค้าสามารถปรับความเร็วดาวน์โหลด / อัพโหลด ได้เองจากความเร็วที่สมัครเอาไว้ และยังจะได้รับสปีดเพิ่มให้อีก 50 Mbps สำหรับการใช้งานแบบ Overdrive Download / Upload อีกด้วย โดยลูกค้าสามารถปรับความเร็วดังกล่าวได้เองผ่าน myaisfibre.com และ AIS LINE Connect

สำหรับลูกค้าเน็ตบ้านปัจจุบันก็ไม่ต้องเป็นห่วงไป เพราะ AIS Fibre จะอัพเกรดความเร็วให้กับลูกค้าทุกราย (ที่ใช้เทคโนโลยี FTTH) ภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2562 อย่างเช่นผู้ที่ใช้งานเน็ต 100 Mbps ก็จะอัพเกรดเป็น  200/200 Mbps ส่วนแพ็คเกจ 200 Mbps ขึ้นไป ก็จะได้อัพเกรดเป็น 500/200 Mbps โดยอัตโนมัติครับ

ขอบคุณที่มา Droidsans

Realme 5s สมาร์ทโฟนใหม่ กล้องหลัง 4 ตัว แบต 5000 mAh เล่นได้ทั้งวัน

ไม่นานมานี้เพิ่งมาข่าวหลุดออกมาในงานที่เปิดตัว realme X2 Pro วันที่ 20/11/2562 ที่ผ่านมา realme ก็เปิดมือถือใหม่ realme 5s เพิ่มมาอีกตัว แล้วมันก็เกิดขึ้นจริงตามข่าว

Realme 5s เปิดตัวมาพร้อมดีไซน์ฝาหลังแบบ Crystal รูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีการทำสีแบบ Nano Holographic ที่ไม่ว่าจะยกขึ้นมุมไหนก็มีสีสวยสดใสสะดุดตา ส่วนหน้าจอแสดงผลเป็นแบบไร้ขอบ พร้อมรอยติ่งหยดน้ำที่พัฒนาให้มีขนาดเล็กลงกว่าเดิม และแข็งแรงกันรอยขีดข่วนด้วยกระจกนิรภัย Gorilla Glass 3+ และเคลือบทับด้วยเทคโนโลยีกันน้ำอีกด้วย

realme 5s ชูจุดเด่นด้วยกล้องหลัง 4 ตัว โดยกล้องหลักมีความละเอียด 48 MP (Samsung GM1) + เลนส์ wide-angle 119° ความละเอียด 8MP + เลนส์ portrait 2MP + เลนส์ macro ความละเอียด 2MP ซึ่งมีระยะห่างจากวัตถุ 4cm  ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่มีความละเอียดที่ 13 MP,f/2.0 ที่สามารถถ่ายเซลฟี่ได้สวยคมชัดแม้ในยามแสงน้อย

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เด่นๆ มาให้อีกเพียบไม่ว่าจะเป็น AI scene recognition, Chroma Boost, Super nightscape 2.0, bokeh , AI HDR, AI beauty,  Time-Lapse ,กันสั่น EIS และรองรับการบันทึกวีดีโอ4K@30fps, 1080p HD@30fps,720p HD@30fps และบันทึกวีดีโอ Slow Motion @ 120fps/240fps

แม้ว่าเครื่องจะเล็กพริกขี้หนู แต่ realme 5s แบตยังอึดมาก ๆ 5000 mAh ใช้งานได้ยาวทั้งวันแบบไม่ต้องกังวลอะไร พร้อมโหมด standby นานสุด 29.9 วัน ฟังเพลงได้ 30.8 ชม. สนทนาได้ยาว 2 วัน แถมเล่น PUBG ได้ยาวถึง 8.5 ชม

สเปค REALME 5S

  • หน้าจอ : IPS LCD 6.51 นิ้ว, จอหยดน้ำ ความละเอียด 720×1600
  • ขนาดตัวเครื่อง : 164.4 x 75.6 x 9.3 มม. หนัก 198 กรัม
  • ชิปเซ็ต  :  Qualcomm Snapdragon 665 AIE, Octa Core 2.3 GHz
  • GPU :   Adreno 610
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย ColorOS 6.0
  • RAM : 4 GB
  • ROM : 64/128 GB อัพได้ถึง 256GB
  • กล้องหลัง :  4 ตัว ความละเอียด 48 MegaPixel (Samsung GM1)  + เลนส์ wide-angle  119° ความละเอียด  8 MegaPixel +  เลนส์ portrait  ความละเอียด 2 MegaPixel + เลนส์ macro ความละเอียด 2 MegaPixel , ระยะห่างจากวัตถุ 4 cm
  • กล้องหน้า :ความละเอียด  13 MP (with f/2.0 aperture)
  • รองรับเครือข่าย :  4G/LTE, 3G, 2G
  • รองรับ : dual SIM , 4G VoLTE
  • Bluetooth 5.0
  • Wi-Fi  : 2.4GHz:802.11b/g/n ,5.1/5.8GHz:802.11a/n/ac
  • GPS : Beidou/Galileo/A-GPS
  • พอร์ตเชื่อมต่อ  : Micro USB
  • มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.
  • รองรับสแกนนิ้วด้านหลังตัวเครื่อง, face unlock
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh  รองรับชาร์จ 10W

Realme5s  จะวางจำหน่ายในใน shop online  ของ  Realme India และ Flipkart  ในวันที่ 29/11/2562 ที่จะถึงนี้ โดยจะมีให้เลือก 3 สี คือ Crystal Blue, Crystal Purple และ Crystal Red ส่วนสนนราคาเปิดตัวมีให้เลือกกัน 2 เวอร์ชั่นดังนี้

  • รุ่นความจำ 4GB/64GB ราคาราว ๆ 4200 บาท
  • รุ่นความจำ 4GB/128GB ราคาราว ๆ 4600 บาท

ดูจากสเปคและราคาแล้ว ก็ต้องบอกว่า realme5s นี่ก็น่าสนใจและน่าใช้งานไม่น้อยเลยล่ะ และข่าวดีก็คือมือถือรุ่นนี้ผ่านการรับรองจาก กสทช. เรียบร้อยแล้ว อีกไม่นานแฟน realme ในเมืองไทยก็คงได้ใช้กันอย่างแน่นอน

ที่มา Droidsans